Jump to content



Photo

ถอดบทเรียนความสำเร็จของ "LA RAMS" ที่สะท้อนถึงแนวทางการสร้างอาร์เซน่อลยุคใหม่


  • Please log in to reply

#1
Admin

Posted 19 February 2022 - 02:18 PM

Admin

    Administrator

  • Administrators
  • 9,372 posts
  • LocationBangkok

Kroenke-Super-Bowl-success-1024x683.jpg
 
ตามธรรมเนียม เจ้าของทีมผู้ชนะในศึกซูเปอร์โบวล์ จะเป็นคนแรกที่ได้ชูถ้วย "วินซ์ ลอมบาร์ดี้ โทรฟี่" และเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา สแตน โครเอนเก้ เจ้าของทีมลอสแอนเจลิส แรมส์ จึงเป็นคนแรกที่ได้ชูถ้วยรางวัลกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือ 
 
แต่มุมมองของแฟนบอลอาร์เซน่อล จะมองความสำเร็จของ ลอสแจนเจลิส แรมส์ ด้วยความอิจฉาตลอดหลายวันที่ผ่านมา และกลายเป็นคำถามที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ว่า โครเอนเก้ สามารถทำให้อาร์เซน่อล ประสบความสำเร็จได้แบบ แอลเล แรมส์ หรือไม่?
 
เมื่อเปรียบเทียบโมเดลความสำเร็จของแอลเอ แรมส์ กับอาร์เซน่อล ในเชิงบริบทของกีฬาที่มีความแตกต่างกัน ทั้งระบบ Salary Cap และระบบการดราฟท์ตัวผู้เล่นของกีฬาในสหรัฐอเมริกา และรูปแบบการแข่งขันที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทำให้เป็นเรื่องยากที่จะเปรียบเทียบกันโดยตรง ระหว่างวิธีการบริหารของ KSE กับทีม NFL ที่มีกฏระเบียบในการสร้างความเท่าเทียมในการแข่งขัน ขณะที่ฟุตบอลในยุโรปไม่มีข้อจำกัดดังกล่าว 
 
แฟน ๆ ของอาร์เซน่อล ได้เห็นการลงทุนอย่างหนักของ สแตน โครเอนเก้ ในแอลเอ ทั้งการก่อสร้างสนามสุดทันสมัยมูลค่า 5 พันล้านเหรียญอย่าง SoFi Stadium ที่เริ่มใช้งานในปี 2020 กลยุทธ์ที่มุ่งสู่ความสำเร็จแบบทันที โดยพร้อมที่จะแลกทุกสิ่งทุกอย่าง พวกเขายอมเสียสิทธิ์ดราฟท์รอบแรกสองปี และส่งควอเตอร์แบ็ค จาเร็ด กอฟฟ์ ไปให้กับดีทรอยส์ ไลออนส์ เพื่อแลกกับการได้ แมธทิว สแตมฟอร์ด ควอเตอร์แบ็คมากฝีมือวัย 34 ปีเข้ามานำทัพแทน
 
แรมส์ ตระหนักดีว่าปีนี้พวกเขามีโอกาสที่จะก้าวขึ้นไปคว้าแชมป์เอ็นเอฟแอลได้ และ KSE ก็พร้อมแลกแบบหมดหน้าตักเพื่อการคว้าแชมป์ครั้งนี้ และเป็นการคว้าแชมป์ในสนาม SoFi Stadium ของตัวเอง ไม่มีเทพนิยายไหนจะดีไปกว่านี้อีกแล้ว
 
ขณะที่อาร์เซน่อล พวกเขากำลังเริ่มต้นปีนเขาที่สูงชัน เพื่อกลับไปสู่ความยิ่งใหญ่แบบในอดีต ดังนั้นเราจึงได้เห็นอาร์เซน่อลมีการดึงผู้เล่นอายุน้อยที่มีศักยภาพ และการพัฒนานักเตะดาวรุ่งที่ขึ้นมาจากอะคาเดมี่ของตัวเอง พวกเขากำลังเริ่มต้นเขาสู่วัฏจักรที่ยาวนาน และพวกเขาหวังว่าจะประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืนมากขึ้น
 
อย่างไรก็ตามมีความคล้ายคลึงในการบริหารงานของ KSE ระหว่างทั้งสองทีมอยู่บ้าง
 
เมื่อ อาร์แซน เวนเกอร์ เดินออกจากอาร์เซน่อล อาร์เซน่อล ได้ปรับเปลี่ยนโครงสร้าง ผู้จัดการทีม แบบอนุรักษ์นิยม ด้วยการแต่งตั้งผู้อำนวยการเทคนิค เข้ามาทำงานร่วมกับเฮคโค้ชของทีม ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับอเมริกันเกมส์ ที่จะมีผู้จัดการทีมทั่วไป ทำงานกับเฮดโค้ช
 
เช่นเดียวกับเรื่องของเฮดโค้ช ณอน แม็คเวย์ และมิเกล อาร์เตต้า โครเอนเก้มีความเชื่อมั่นกับโค้ชหนุ่ม แม็คเวย์ ได้เริ่มเข้ามาเป็นเฮดโค้ชของแรมส์ตั้งแต่อายุเพียงแค่ 30 ปี ปัจจุบันเขากลายเป็นเฮดโค้ชที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ที่คว้าแชมป์ซูเปอร์โบวล์มาครองด้วยอายุ 36 ปี
 
 
USATSI_17681245-scaled.jpg
 
ทั้งแม็คเวย์ และอาร์เตต้า ไม่เคยมีประสบการณ์การเป็นเฮดโค้ช ก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้วจากโครเอนเก้ แต่ทั้งสองคนต่างได้เรียนรู้วิชาจากสุดยอดโค้ช อาร์เตต้า ทำงานเป็นมือขวาให้กับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า คนที่ถูกยกย่องว่าคือกุนซือที่เก่งที่สุดในโลกเวลานี้ ที่แมนซิตี้ ขณะที่แม็คเวย์ จบจากสถาบันกลยุทธ์เกมส์บุกของ ไมค์ ชานาแฮน เฮดโค้ชที่พาเดนเวอร์ บรองโกส์ คว้าแชมป์ซูเปอร์โบลด์ได้สองสมัยติดต่อกันในยุคปี 90 อาจจะเป็นเรื่องบังเอิญ แต่ดูเหมือนว่าโครเอนเก้ จะชอบทำงานกับโค้ชหนุ่มที่มีความทะเยอะทะยาน และเป็นลูกศิษย์ของสุดยอดปรามาจารย์
 
บางทีคำถามที่ต้องถามว่าความสำเร็จของแรมส์ มันเป็นความสำเร็จแบบโดดเดี่ยวภายใต้การบริหารของ KSE หรือไม่ เมื่อมองไปดูทีมเฟรนไชส์อื่นๆ ที่ตระกูลโครเอนเก้บริหารงานอยู่ ซึ่งเราได้เห็นสัญญาณในทิศทางบวกของทีมเฟรนไชส์อื่น ๆ ของ KSE
 
เมื่อเดือนก่อน อาร์เตต้า ได้เดินทางไปที่เดนเวอร์ เพื่อพูดคุยกับ สแตน โครเอนเก้ และไปปรากฏตัวในสนามฮ็อกกี้ของทีม โคโลราโด อวาแลนซ์ ที่เวลานี้อยู่ในอันดับ 1 ของลีก ชนะไป 35 เกมส์​และมี 74 คะแนน หลังจากผ่านไปครึ่งทางของฤดูกาลปกติ
 
ในบาสเก็ตบอลเอ็นบีเอ KSE มีทีมเดนเวอร์ นักเกตต์ ที่สามารถผ่านเข้ารอบเพลย์ออฟมาได้ 3 ปีติดต่อกัน และคาดว่าจะทำได้เป็นปีที่สี่ติดต่อกันในปีนี้ เมื่อปี 2020 พวกเขาผ่านเข้าสู่รอบชิงสายตะวันตก ซึ่งเป็นครั้งที่สามในประวัติศาสตร์ของทีม
 
ปัจจัยที่นำมาสู่ความสำเร็จคือการดราฟท์ตัวของนักเกตต์ พวกเขาได้ตัว นิโกลา โจคิช ผู้เล่นชาวเซอร์เบีย ที่ถูกเลือกเข้ามาในรอบที่สองปี 2014 ซึ่งเขาคว้ารางวัล MVP ที่มีอันดับดราฟท์ตัวต่ำที่สุดที่เคยได้รางวัลนี้ เช่นเดียวกับ อวาแลนซ์ ก็ประสบความสำเร็จมากมายจากการดราฟท์ผู้เล่นเข้ามาในทีม
 
GettyImages-1315441136-scaled.jpg
 
ไม่ต่างจากแอลเอ แรมส์ โครเอนเก้ พร้อมที่จะทุ่มเงินเต็มที่ ถ้าหากทีมมีโอกาสที่จะคว้าแชมป์ได้ หลายครั้งที่ทำให้พวกเขาต้องเจอกับเรื่องการจัดการเกี่ยวกับ Salary Cap ย้อนกลับมาดูที่อาร์เซน่อล ในเรื่องการใช้จ่าย มองว่าไม่ใช่ปัญหา อย่างน้อยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ก็เห็นว่า KSE ก็มีการอนุมัติเงินให้อาร์เซน่อลอย่างเต็มที่ แม้ว่าจะเกิดภาวะวิกฤตไวรัสระบาดอย่างหนักก็ตาม
 
การลงทุนในการสร้างทีม มาพร้อมกับภาระหนี้สินของสโมสร อาร์เซน่อลจะมีการประกาศผลประกอบการในสัปดาห์หน้า ซึ่งทาง วินัย เวสเกรตาม ซีอีโอของอาร์เซน่อลได้ ออกมาเปิดเผยว่าอาร์เซน่อลจะประสบปัญหาขาดทุนมหาศาล 

 

ปัจจุบันแนวทางการสร้างทีมอาร์เซน่อลอยู่ในมือของ มิเกล อาร์เตต้า และเอดู กาสปาร์ ทั้งคู่พูดชัดเจนเกี่ยวกับแนวทางและกลยุทธ์ที่ทีมกำลังทำอยู่ ด้วยการผู้เล่นอายุน้อยแต่มีศักยภาพที่จะพัฒนาไปด้วยกัน และการวางรากฐานเกมส์รับของอาร์เตต้า ก็เริ่มได้เห็นผลตอบแทนที่เป็นรูปธรรม 

 

บางทีความสำเร็จของพวกเขาอาจจะสามารถมองดูแรมส์เป็นตัวอย่าง แม็คเวย์ เข้ามาปีแรกเขาได้รางวัลเฮดโค้ชแห่งปี ก่อนที่ปีต่อมาจะนำแรมส์เข้าสู่ซูเปอร์โบวล์ได้แต่ก็ต้องอกหักไปในนัดชิงกับแพทริออตส์ ไม่ต้องสงสัยว่าแรมส์เป็นทีมที่มีคุณภาพ แต่เมื่อถึงเวลาที่จะต้องการก้าวไปอีกขั้น ก็ต้องถึงเวลายอมเสียสละทุกอย่างในการดึง แมธทิว สแตมฟอร์ด เข้ามา แทนกอฟฟ์ ควอเตอร์แบ็คหนุ่มที่มือยังไม่ถึงในการพาทีมประสบความสำเร็จ 

 

ไม่ต่างอะไรจากอาร์เซน่อล ถ้าหากมองว่าควอเตอร์แบ็คเป็นผู้นำในการทำสกอร์ให้กับทีม อาร์เซน่อลก็กำลังขาดกองหน้าตัวจบสกอร์ที่ดีก่ว่า ลากาแซตต์ ดังนั้นช่วงซัมเมอร์ที่จะถึงนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญที่จะพาอาร์เซน่อลขยับไปสู่ก้าวต่อไป ด้วยการดึงกองหน้าระดับท็อปเข้ามา และยิ่งถ้าพวกเขาตีตั๋วกลับไปเล่นแชมเปี้ยนลีกได้อีก ก็อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนในรอบหลาย ๆ ปีของทีม

 

ส่วนความหวังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับแฟนบอลอาร์เซน่อล คือความสำเร็จในซูเปอร์โบวล์ จะเป็นข้อบ่งชี้ถึงการเติบโตในองค์กรของ KSE และการพัฒนากลยุทธ์ที่นำไปสู่ความสำเร็จ หรือบางที เมื่อสแตน ผู้พ่อได้สัมผัสถ้วยรางวัลที่สำคัญที่สุดในอเมริกาแล้ว อาจจะต้องการให้ จอร์จ ลูกชายได้สัมผัสถ้วยรางวัลการอาร์เซน่อลบ้าง
 
KSE คืออาณาจักรทางด้านธุรกิจอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ความสำเร็จด้านกีฬาก็เป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้น อาร์เซน่อลเองก็หวังว่าประสบการณ์นี้จะช่วยจุดไฟให้กับ จอร์จ โครเอนเก้ ในการพาทีมของเขาบรรลุเป้าหมายได้เช่นเดียวกัน



#2
ช่างกล ปืนโต

Posted 19 February 2022 - 02:54 PM

ช่างกล ปืนโต

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 344 posts

ดูไม่เป็น ไม่ค่อยอินเท่าไหร่ ถถถถ



#3
Prince

Posted 19 February 2022 - 05:30 PM

Prince

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 3,853 posts
ลูกเมียน้อย...

#4
WatGunner

Posted 19 February 2022 - 11:03 PM

WatGunner

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 579 posts

ก็หวังว่าจะตั้งใจทำให้ปืนกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง แต่อย่าลืมว่าที่ทีมพังอย่างทุกวันนี้ก็เพราะการบริหารของพวกคุณนั่นแหละ



#5
tongpui2521

Posted 20 February 2022 - 06:57 AM

tongpui2521

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 623 posts
อเมริกันเกมส์ กับ ฟุตบอล แตกต่างกันพอสมควรในเรื่องตลาดซื้อขาย

#6
niicl

Posted 21 February 2022 - 09:40 AM

niicl

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 361 posts

รอดูตลาด summer เลย เดาว่าน่าจะได้เห็นการใช้จ่ายมากกว่า 100m ปอนด์อีกรอบแน่ๆ

 

โดยเฉพาะกองหน้าที่ดูแล้วคงได้เห็นตัวเทพๆเข้ามาแน่นอน แต่แอบเสียดายวาลาโฮวิชเหมือนกัน เพราะ น่าจะเป็น Top list ของพี่ต้าเค้าเลย

 

ถึงขนาดที่ต้องเปลี่ยนแผนมาเดินเรื่องในเดือนมกราคมที่ผ่านมา เพราะ รู้ว่าถ้ารอ summer ตามแผนเดิมอาจจะโดนปาดหน้าไปก่อน สุดท้ายก็เป็นอย่างงั้นจริงๆ

 

อย่างตัวที่เป็นข่าวยังไงวาลาโฮวิชก็ดูครบเครื่องที่สุด






0 user(s) are reading this topic

0 members, 0 guests, 0 anonymous users