Jump to content



Photo

ซ้อมสุดโหดทีมยุคไร้พ่าย!! สัมภาษณ์พิเศษ "น้าจิล" กับช่วงเวลา 5 ปีที่ค้าแข้งกับอาร์เซน่อล

- - - - -

  • Please log in to reply

#1
Admin

Posted 09 October 2021 - 12:27 AM

Admin

    Administrator

  • Administrators
  • 8,924 posts
  • LocationBangkok

gilberto-silva_13nj82hsb408d1ipazdcvi48z


จิลแบร์โต้ ซิลวา อดีตกองกลางของอาร์เซน่อล ยุคไร้พ่าย ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับโกลดอทคอม และพูดถึงช่วงเวลาที่เขาค้าแข้งกับทีมดังแห่งลอนดอนเหนือ
 
จิลแบร์ดต้ ย้ายมาอยู่กับอาร์เซน่อลในช่วงซัมเมอร์ปี 2002 เดือนเดียวหลังจากที่คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกกับทีมชาติบราซิล ก่อนที่เขาจะย้ายออกไปในปี 2007 เขาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 1 สมัย แชมป์เอฟเอ คัพ 2 สมัย และคอมมิวนิตี้ ชิลด์อีก 2 สมัย 
 
มันคือหนึ่งในช่วงเวลาที่ประสบความสำเร็จที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสรอาร์เซน่อล และจิลแบร์โด้ ก็ชี้ให้เห็นว่าการฝึกซ้อมที่ลอนดอน​ โคลนี่ย์ของอาร์เซน่อลในเวลานั้นคือเบื้องหลังความสำเร็จของทีม
 
"ในการฝึกซ้อมของอาร์เซน่อลเต็มไปด้วยความจริงจัง ผมเชื่อว่านี่ทำให้เราเป็นทีมไร้พ่าย มันเพราะความคิดแบบนี้ วิธีการซ้อมของเราไม่แตกต่างกับการแข่งขันจริง บ่อยครั้งที่การซ้อมหนักกว่าเกมส์จริงๆ เสียอีก"

"มันเป็นอะไรที่หนักมาก เพราะเราใส่กันแบบไม่มียั้งในการเข้าปะทะแย่งบอล บางครั้งก็ดูน่ากลัว ทุกๆ การซ้อมเหมือนเป็นการต่อสู้ครั้งสำคัญ คุณจะต้องอยู่ในระดับที่สูงที่สุดของตัวเอง มันคือการเตรียมพร้อมสำหรับทุกเกมส์ของเรา และอาร์แซน ได้รับรู้ว่านักเตะแบบไหนบ้างที่เขาวางใจได้"
 
"ความตึงเครียดในการฝึกซ้อมมีเสมอ ในทุกวัน มาร์ติน คีโอวน์ กับเยนส์ เลห์มันน์ จะตะโกนลั่นจากด้านหลัง ผมจำได้ว่าครั้งหนึ่งเขาบอกให้ เธียรี่ ลงมาตามตัวประกบ แล้วเธียรี่ก็บอกกลับไปว่า เยนส์หุบปาก มันยังเร็วเกินไป"
 
"เราทุกคนจบด้วยเสียหัวเรา เพราะนี่คือแนวคิดของทุกคน และเยนส์ก็มุ่งมั่นตั้งแต่เริ่ม ในการซ้อมเป็นเหมือนว่าเขาลงเล่นในเกมส์จริงๆ ถ้ามีใครมาอยู่ใกล้ๆ ตัวเขาตอนเตะมุม เขาจะผลักพวกนั้นออก เพราะมันเป็นเหมือนในเกมส์ ถ้าใครพยายามทำให้เขาโกรธ เขาก็จะผลักคนนั้น"
 
"ผมจำได้ว่าครั้งนึง โคโล่ ตูเร่ กับปาสคาล ซีก็อง ทะเลาะกันในการซ้อม พวกเขาเริ่มโต้เถียง และมีการชกต่อยขึ้น เราทุกคนเข้าไปหยุดพวกเขา แล้วอาร์แซน ก็ส่งทั้งคู่ไปสงบสติอารมณ์ในห้องแต่งตัว ผมบอกว่า นี่ไม่ดีแน่ พวกเขาจะไปต่อยกันต่อข้างในน่ะสิ"ง
 
"แต่เมื่อผมกลับเข้าไปที่ห้องแต่งตัว พวกเขากำลังหัวเราะกันอยู่ นี่มันคือความคิด เราอาจจะมีปัญหาในการซ้อม แต่เราก็จะแก้ปัญหาก่อนที่จะแยกย้ายกลับบ้าน ผมคิดว่าทีมนี้ ทุกคนปกป้องกันและกัน ทุกการซ้อมมันหนักมาก แต่ถ้าเราลงไปเล่น และมีใครสักคนในทีมมีปัญหากับคู่แข่ง คนอื่นก็จะเข้าไปช่วยทันที"
 
"แน่นอนว่าการซ้อม มันมีการเข้าสกัดที่น่าเกลียด และเกิดการโต้เถียงกันขึ้น แต่ในท้ายที่สุดทุกคนก็เคารพกันและกัน และเราก็ปกป้องกันและกัน"
 
จิลแบร์โต้ มีช่วงเวลาที่น่าจดจำหลายอย่างกับอาร์เซน่อล เขาประเดิมสนามเกมส์แรกกับทีมด้วยการชนะลิเวอร์พูล ในคอมมิวนิตี้ ชิลด์ 2002 ที่คาร์ดิฟฟ์ ไม่กี่เดือนต่อมาเขากลายเป็นคนที่ยิงประตูได้เร็วที่สุดในเกมส์ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก เมื่อเขาใช้เวลาแค่ 21 วินาทีในการยิงประตูพีเอสวี 
 
เขายังเป็นนักเตะอาร์เซน่อลคนแรกที่ยิงประตูได้ที่เอมิเรสต์ สเตเดี้ยม ในการยิงตีเสมอแอสตัน วิลล่า ในนัดเปิดฤดูกาล 2006/07 เขากล่าวว่า: "ช่วงเวลาของผมกับอาร์เซน่อลมันมหัศจรรย์ จากวันแรกที่ผมมาถึงจนวันที่ผมจากลา มันเต็มไปด้วยความสุข ผมรู้สึกโชคดีกับทุกอย่างที่ผมประสบความสำเร็จที่อาร์เซนอ่ล ช่วงเวลาของผมเต็มไปด้วยช่วงเวลาที่น่าจดจำ ผมได้รู้จักผู้คนมากมาย ครอบครัวอาร์เซนอ่ล มันเป็นความรู้สึกที่ไม่มีวันลืม"
 
จากช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมกับอาร์เซน่อล จิลแบร์โต้เองก็มีช่วงเวลาที่ไม่ดีเช่นกัน โดยเฉพาะในช่วงปีสุดท้ายของเขากับทีม เขากลับมาซ้อมปรีซีซั่นกับทีมทีหลังคนอื่น เนื่องจากไปเล่นกับทีมชาติบราซิล และเขาได้รับรู้ว่าตนเองเป็นตัวสำรองของ เชส ฟาเบรกาส และมาติเยอ ฟลามินี่ ในตำแหน่งกองกลางของทีม
 
ทีมเด็กดาวรุ่งของอาร์แซน เวนเกอร์ เริ่มต้นฤดูกาลได้ดีในซีซั่น 2007/08 โอกาสลงเล่นของจิลแบร์โต้มีอย่างจำกัด เขากล่าวว่า: "นี่เป็นความผิดหวังสำหรับผม ผมผิดหวังที่ไม่ได้เล่น เพราะผมรู้ว่าผมมีคุณภาพที่จะเล่น"
 
"ผมได้คุยกับอาร์แซน และเขาอธิบายถึงเหตุผล ผมไม่มีความสุขที่นั่งดูเกมส์อยู่ข้างสนาม แต่ผมก็เคารพพวกเขา เพราะฟลามินี่ กับเชส กำลังเล่นได้ดี มันเป็นเรื่องยาก แต่นี่คือฟุตบอล คุณต้องยอมรับมัน ผมพยายามสนับสนุนทีมอย่างดีที่สุด ไม่มีปัญหา ผมพร้อมจะช่วยทุกเวลา"
 
ฤดูกาลนั้น ฟาเบรกาส กับฟลามินี่ เป็นคู่กลางที่แข็งแกร่งของอาร์เซน่อล จิลแบร์โต้ ได้ลงตัวจริงในพรีเมียร์ลีกแค่ 12 เกมส์เท่านั้น แต่การไม่มีเขาอาร์เซน่อลก็ยังมีโอกาสที่จะคว้าแชมป์ลีก พวกเขามีคะแนนนำจ่าฝูง 5 คะแนน ก่อนไปเยือนเบอร์มิงแฮม ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ถ้าชนะพวกเขาจะนำโด่ง 8 คะแนน แต่เกมส์นี้กลับเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ทุกอย่างสลายไปในพริบตา
 
เริ่มจากเอดูอาร์โด้ ขาหักจากการเข้าเสียบสกัดจาก มาร์ติน เทย์เลอร์ แล้วเหลือเวลาไม่กี่วินาที เบอร์มิแฮม มาได้จุดโทษและตีเสมอพวกเขา 2-2 มันเป็นเกมส์ที่จิลแบร์โต้จำได้เป็นอย่างดี ไม่เพียงแค่สิ่งที่เกิดขึ้นใน 90 นาที แต่สิ่งที่ วิลเลี่ยม กัลลาส ทำหลังจบเกมส์ด้วย
 
ปราการหลังเมืองน้ำหอม ที่เป็นกัปตันทีมของอาร์เซน่อลในตอนนั้น รู้สึกไม่พอใจเพื่อนร่วมทีมที่ทำเสียจุดโทษในช่วงท้ายเกมส์ เขานั่งอยู่ในสนาม หลังจากหมดเวลาการแข่งขัน แทนที่จะเข้าไปในห้องแต่งตัวพร้อมเพื่อนร่วมทีม
 
จิลแบร์โต้พูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นว่า: "เราไม่ได้คาดหวังแบบนั้นจากกัปตันทีม ผมเคารพในตัววิลเลี่ยมนะ แต่ทัศนคติของเขาในเวลานั้นมันไม่ดีเอาเสียเลย"

"อาร์แซน บอกให้เขาหยุดในห้องแต่งตัว และผมได้คุยกับเขา แล้วบอกกับเขาว่ามันไม่ใช่เวลา เวลาแบบนี้ความเป็นผู้นำคือสิ่งสำคัญ เพราะเราอยู่ในช่วงเวลาที่เปราะบาง เราเสียผู้เล่นจากการบาดเจ็บที่รุนแรง และผลการแข่งขันก็ไม่ดี มันเป็นช่วงเวลาที่เราต้องโอบกอดทุกคน และมองไปที่เกมส์ต่อไป ในบราซิล เรามักจะมีคำพูดที่ว่า กลับไปซักเสื้อผ้าที่สกปรกที่บ้าน ผมคิดว่านี่คือสิ่งที่เราควรทำในวันนั้น"
 
"ผมคิดว่าทีมไม่มีความมั่นคงจากช่วงเวลานั้น ผมรู้ว่าเราขาดส่วนผสมบางอย่างไป เราไม่สามารถมีผลการแข่งขันได้แบบที่ตั้งใจไว้ หลังจากนั้นทุกอย่างก็แย่ลง"
 
หลังจากเกมส์เสมอเบอร์มิงแฮม อาร์เซน่อล ชนะได้แค่นัดเดียวจาก 7 เกมส์ถัดมาในลีก และทำให้พวกเขาแทนที่จะเดินหน้าคว้าแชมป์ลีก แต่กลายเป็นหล่นลงมาจบในอันดับ 3 ของลีก มีคะแนนตามหลังแมนยู แชมป์ในซีซั่นนั้น 4 คะแนน 
 
หลังจบฤดูกาลนั้น จิลแบร์โต้ ย้ายไปอยู่กับพานาธิไนกอส จบช่วงเวลากับอาร์เซน่อลไว้ที่ 5 ฤดูกาล เขาเสริมว่า: "เมื่อผมออกมา ผมเหลือสัญญาอีกปีเดียว บางทีผมควรจะอยู่ต่อ เพราะหลังจากนั้นฟลามินี่ ย้ายออกไปแบบไม่มีค่าตัว และผมเห็นอาร์เซน่อลมีปัญหาในการหาผู้เล่นในตำแหน่งนั้นมาทดแทน"
 
"ดังนั้น บางทีผมอาจบอกว่านั้นเป็นสิ่งที่ผมอาจจะเสียใจ ที่ไม่มีความอดทนมากพอที่จะอยู่ต่อ แต่ผมก็มีเหตุผลของตัวเอง และผมมีความสุขเมื่อผมย้ายไปอยู่ที่กรีซ ดังนั้นผมโอเคกับการตัดสินใจนั้น ผมอยู่กับพานาธิไนกอส 3 ปี ผมมีความสุขมาก และแฟนบอลก็ต้อนรับผมดี ผมมีช่วงเวลาที่ดี ทั้งฟุตบอล ครอบครัว และการใช้ชีวิต"



#2
roadbuster

Posted 09 October 2021 - 09:46 AM

roadbuster

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 37 posts
ทัศนคติเยี่ยมมาก สมแล้วที่อยู่ในยุคไร้พ่าย ดีใจที่ได้นายมาเป็นส่วนนึงของสโมสร

#3
roadbuster

Posted 09 October 2021 - 09:46 AM

roadbuster

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 37 posts
ซ้ำ

#4
Admin

Posted 09 October 2021 - 11:24 AM

Admin

    Administrator

  • Administrators
  • 8,924 posts
  • LocationBangkok

ความ Aggressive เป็นจุดเด่นที่สุดของทีมไร้พ่าย อาจจะมากไปในบ้างครั้ง แต่ก็เป็นคาแรกเตอร์ที่ชัดเจน ยุคหลังจากนั้นยุคเชส ก็เลือดร้อนตามประสาวัยรุ่น แต่มันไม่เหมือนเดิม น่าเสียดายที่เราเจอการหลั่งไหลเข้ามาของกลุ่มทุน แล้วงบบานปลายในการสร้างสนามใหม่ จนกลายเป็นไม่ใกล้เคียงกับแชมป์ลีกมาเกือบ 20 ปี



#5
jakkritakeng

Posted 09 October 2021 - 12:53 PM

jakkritakeng

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 152 posts
นี่แหละคือสิ่งที่ปืนรุ่นหลังๆ ขาดไป เน้นเล่นสวยแต่ไม่ดุดัน เหมือนไม่มีพลัง ไม่กระหาย ทีมเราจะเล่นดีอยู่ 5-10 นาทีแรกแล้วจะดรอปลงไป ไม่รู้ทำไม

#6
chromosome-Gunner

Posted 09 October 2021 - 02:07 PM

chromosome-Gunner

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 274 posts
ถ้าดึง passion ความเป็นผู้ชนะกลับมาในทีมได้แบบยุคไร้พ่ายทีมเราจะยกระดับขึ้นอีก ชุดนี้ยังขาดผู้นำในทีมแบบจริงจัง เติมคาแรคเตอร์แบบนักสู้กันหน่อยจะดีมาก เท่าที่เห็นมีแนวรับชุดใหม่เรานี่แหละที่คอยกระตุ้นทีม แต่ฝั่งแนวรุกดันเป็นสายฮากันเกือบหมด

#7
Jataz_

Posted 09 October 2021 - 02:26 PM

Jataz_

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 218 posts
กาแอล กลิชี่ ทำเสีนจุดโทษ ภาพติดตา

#8
Prince

Posted 09 October 2021 - 04:44 PM

Prince

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 3,799 posts
ทีมยุคไร้พ่าย : "มันเป็นอะไรที่หนักมาก..."
ทีมยุคไร้แชมป์ : "มันเป็นอะไรที่ชิลมาก..."

#9
yark

Posted 09 October 2021 - 06:23 PM

yark

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,065 posts
ยุคต้า ยุคไร้สกอร์ แต่ถ้าลองชุดนี้ อาจดีขึ้น
แรมเดล
โทมิ ไวท์ กาเบรียล เทียนี่
ปาเต ไนล์
ซาก้า โอเดกาด สมิท
ลากา

#10
Season Change (ปลัดมุข)

Posted 09 October 2021 - 11:28 PM

Season Change (ปลัดมุข)

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 7,667 posts
หมดยุคไร้พ่าย ตัวหลักต่างทยอยออกด้วยหลายปัจจัย DNA เริ่มขาดหายและทีมค่อยๆดร็อปเรื่อยมาจนปัจจุบัน

#11
nnnggg

Posted 10 October 2021 - 12:05 PM

nnnggg

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,738 posts

สิ่งที่เวนเกอร์ทำพลาดครั้งแล้วครั้งเล่าก็คือ ไม่เหนค่านักเตะซีเนียร์นี่ละ บ้าดาวรุ่งจนเกินเหตุ สมควรแล้วที่ว่าวยาวๆ 



#12
ช่างกล ปืนโต

Posted 11 October 2021 - 07:09 AM

ช่างกล ปืนโต

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 264 posts

มาตรฐานลีคสูงขึ้น ไร้พ่ายยุคนั้น มีแค่ 90 คะแนน มาเล่นยุคนี้ ยังไม่ถึงแชมป์เลยมั้ง อย่างมากก็ ที่2 ที่3



#13
yark

Posted 11 October 2021 - 10:21 PM

yark

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,065 posts
เอาบิสซูมา จะบุกได้แบบหายห่วงมากขึ้น
ลากา ซาก้า สมิท ดรอปโอบาบ้างเหอะ




0 user(s) are reading this topic

0 members, 0 guests, 0 anonymous users