Jump to content













Photo

[บทความ] ขีดจำกัดความอดทน เมื่อไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายทางอุโมงค์


  • Please log in to reply

#1
wonder goal (ดล)

Posted 22 April 2014 - 11:05 PM

wonder goal (ดล)

    Advanced Member

  • Moderators
  • 2,346 posts

moyesepa_2888959b.jpg

 

จบมหากาพย์เดวิด มอยส์ไปแล้วอีกหนึ่งคน สำหรับกุนซือที่มีฝีมือแต่คลาสไม่ถึง งานนี้ทำเอาแฟนฝีโล่งอกกันไปตามๆกัน กึ๋นการวางหมากที่สู้ไม่ได้ในเกมสำคัญๆ ช่องว่างระหว่างทีมของอเล็กซ์ เฟอร์กูสัน และ เดวิด มอยส์ที่นักเตะหลายๆคนไม่ให้การยอมรับอย่างเต็มใจ ปัญหาต่างๆกันค่อยๆสะสมมาเรื่อยๆจนถึงจุดแตกหักในเกมพ่ายทีมจากกรีซ และแผนการที่ลากยาวไปจนถึงการหลุดท็อปโฟร์ปลดล็อกเงื่อนไขทำให้แมนฯยูลอยตัวปลดมอยส์โดยเสียค่าเหนื่อยเพิ่มเติมเพียง 1 ปี

 

55215.jpg

 

ในขณะมอยส์ กุนซือแมนฯยูที่คุมทีมได้เพียง 10 เดือน โดนปลดหลังจากที่ไม่สามารถพาแมนฯยูมีส่วนร่วมในรายการยูฟ่าแชมป์เปียนส์ลีกในฤดูกาลหน้าได้ แต่อาร์แซน เวงเกอร์ กุนซือระดับขงเบ้ง ผู้นำเทรนด์ปรัชญาของฟุตบอลเอนเตอร์เทนคนดูยังคงยืนหยัดอยู่กับอาร์เซนอลแม้ว่าจะร้างแชมป์มายาวนานถึง 8 ปี คุณได้ยินไม่ผิดหรอกครับ 8 ปี!!!

 

8 ปีแห่งการสร้างทีม

8 ปีแห่งความผิดหวัง

8 ปีที่แฟนปืนใหญ่ทนดูอาร์เซนอลล้มเหลวในการคว้าแชมป์และราวกับหนังม้วนเดิมที่นำมาฉายทุกๆปีไม่เปลี่ยน

8 ปีแห่งความอดทน ที่ไม่รู้จะจบเมื่อไหร่ นับถือน้ำใจแฟนอาร์เซนอลทุกคนจริงๆ

 
"แต่ถามว่ารักไหม เหนื่อยนักแล้วรักไหม ฉันคงยังมีใจตอบว่ารัก แต่ถามว่าท้อไหม ฉันตอบเลยว่ามาก ยากเย็นจนเกินความเข้าใจ"
เนื้อร้องท่อนดังกล่าวจากเพลงก้อนหินกับนาฬิกาของพี่เบิร์ดคงจะบ่งบอกความรู้สึกของแฟนปืนไม่มากก็น้อย

 

แฟนอาร์เซนอลทั้งหมดยืนหยัดเคียงข้างอาร์แซน เวงเกอร์ เสมอมาไม่ว่าฟอร์มการเล่นของทีมจะเป็นอย่างไรก็ตาม ผมก็เป็นหนึ่งในนั้นหากหลายๆท่านติดตามความคิดเห็นมาตลอด แต่อย่างไรก็ตามทุกอย่างมีเวลาของมันอยู่ และด้านล่างคือ 4 เหตุผลที่คนอย่างผมไม่อยากจะทนกับเวงเกอร์

 

1. สไตล์การเล่น

ในช่วง 2 -3 ปีที่ผ่านมาเห็นได้ชัดเลยว่าอาร์เซนอลเปลี่ยนรูปแบบการเล่นอย่างชัดเจน อาร์เซนอลกลายเป็นทีมสไตล์ 'ป้ายบอลไปด้านข้าง คิดอะไรไม่ออก บอกซานญ่าโยน' เป็นฟุตบอลมิติเดียว ป้ายไปมา ส่งคืนหลัง ไม่มีการโยนบอลที่แม่นยำให้ข้างหนัาพักและสวนกลับเร็ว และผลที่ตามมาก็อย่างที่เห็นๆกันครับ รูปเกมอึดอัดตลอดทั้งเกมชนะบ้าง แพ้บ้าง เสมอบ้าง ถ้าขาดแรมซี่ย์ โอซิล โรซิกกี้คือทีมธรรมดาๆที่เล่นแบบไร้จินตนาการทีมหนึ่ง หลายๆคนอาจจะบอกว่าคุณวิจารณ์เกินไป แต่หากคุณลองพิจารณาดีๆ ฟอร์มการเล่นของทีมเราในช่วงที่ผ่านมาก็เป็นได้เพียงแค่ทีมที่ลุ้นไปแชมป์เปียนส์ลีกทุกปีเท่านั้น คุณเคยคิดถึงสไตล์การเล่นเดิมต่อบอล 3-4 จังหวะถึงแดนหน้าหรือเปล่า หรือไม่อย่างน้อยก็บอล 1-2 สะเด่าแบบยุคจตุรเทพ ฟาเบรกัส โรซิกกี้ ฟลามินี่ เคล็บ แต่ทุกวันนี้ไม่ใช่ครับ เขารู้กันทั่วโลกว่า เจออาร์เซนอลเมื่อไหร่ ตั้งรับ ดันกองกลางสูง เพรสซิ่ง เข้าบอลหนัก เท่านั้นหละครับ จบแล้ว เด็กปืนไปไม่เป็นกันหมด หากตอนนี้แฟนทีมไหนบอกอาร์เซนอลเล่นฟุตบอลน่าดู เอนเตอร์เทนกับผม ประเด็นการสนทนาแทบจะถูกเปลี่ยนหลังจากนั้นทันที

 

2. เอาชนะคู่แข่งสำคัญ

ครั้งล่าสุดที่อาร์เซนอลเอาชนะแมนฯยูได้คือเมื่อไหร่ จะมีไหมสักครั้งที่อาร์เซนอลเอาชนะเชลซีในยุคมูริญโญ่ 

คำตอบครับ ครั้งล่าสุดที่เอาชนะแมนฯยูได้คือเกมในบ้านที่แรมซี่ย์ซดประตูโทนในวันที่ 1 พฤษภาคม 2011 3 ปีมาแล้วครับที่ไม่เคยเอาชนะแมนฯยูได้เลย ในขณะที่สถิติการพบกันระหว่างเวงเกอร์และมูริญโญ่ เจอกันทั้งหมด 11 ครั้ง อาร์เซนอลแพ้ 6 เสมอ 5 นัด และเวงเกอร์ไม่เคยเอาชนะมูริญโญ่ได้เลยสักครั้ง และนั่นเป็นเหตุผลที่หลายๆครั้งผมภาวนาแค่ผลเสมอในการเจอกับเชลซีในยุคมูริญโญ่ มันน่าอนาถไหมครับ ทั้งนี้ไม่นับรวมการเจอคู่แข่งสำคัญๆในศึกยูฟ่าแชมป์เปียนส์ลีก รวมไปถึงการเจอแมนฯซิตี้ และทีมใหญ่ๆในยุโรปที่แทบจะหาความแน่นอนไม่ได้ และยื่งไปกว่านั้นคือหลังๆนอกจากเอาชนะไม่ได้แล้ว ยังแพ้ย่อยยับ คงไม่ต้องให้รื้อฟื้นถึงความหลัง การแพ้แมนฯยู 8-2 เป็นจุดเริ่มต้น และนั่นก็ทำให้การไปเยือนแล้วแพ้ย่อยยับเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้สำหรับทีมระดับอาร์เซนอล

 

3. จิตใจความเป็นนักสู้ 

หากอาร์เซนอลโดนนำไป 2-0 ในเกมที่มีความสำคัญ สิ่งที่คุณเห็นไม่ใช่การไล่ล่าสกอร์แรกเพื่อเพิ่มความหวังในการกลับมาสู่เกม การวิ่งส้ฟัดเพื่อแย่งเอาบอลกลับมา ผมไม่เถียงครับว่าบางเกมและบางคนทุ่มเท วิ่งสู้ฟัด ใจเกินร้อยจริง แต่ส่วนใหญ่มันไม่ได้เป็นเช่นนั้น หากแต่เราโดนนำ 2-0 เราแทบจะกลายเป็นทีมผู้แพ้ที่ไม่มีทางกลับมาสู่เกม จิตใจความเป็นนักสู้ของอาร์เซนอลอยู่ไหน หรือเวงเกอร์ไม่สามารถถ่ายทอดประเด็นนี้ใหักับนักเตะในทีมได้

 

4. อาการบาดเจ็บและตัวสำรองที่ทดแทนกันได้

อย่างที่กล่าวกันไว้แตต้น อาร์เซนอล 8 ปีที่ผ่านมาเปรียบเสมือนหนังม้วนเดิมที่นำมาฉายซ้ำๆ ทุกๆปีอาร์เซนอลจะมีผู้เล่นที่เจ็บยาวๆในช่วงสำคัญทุกปี ย้ำทุกปี (ขออนุญาตไม่นับดิยาบี้เนื่องจากรายนั้นงานหลักคือนอนโรงพยาบาล ส่วนการเล่นฟุตบอลเป็นงานอดิเรก) ดังนั้นเรื่องเดิมๆที่เห็นกันคือ พอเจอแมทช์สำคัญติดๆกัน อาร์เซนอลมักจะเป๋เสมอ โดยเฉพาะในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคมของทุกๆปี จะเป็นช่วงที่อาร์เซนอลลุ้นแชมป์แทบทุกรายการ (ไม่ขอรวมพรีเมียร์ลีกเนื่องจากมีลุ้นเฉพาะในฤดูกาล 2007 และ 2013) และเป็นช่วงทีอาร์เซนอลจะหมดลุ้นแชมป์แทบทุกรายการพร้อมๆกัน กลับมาสู่จุดเดิมคือลุ้นอันดับ 4 เพื่อไปแชมป์เปียนส์ลีก ที่เดิมที่คุ้นเคย และอีกสิ่งหนึ่งเลยที่ผมผิดหวังอย่างแรงกับทัศนคติของเวงเกอร์คือการใช้ข้ออ้างเรื่องนี้มาเป็นคำอธิบายเรื่องความล้มเหลวของทีม ยกตัวอย่างเช่นการให้สัมภาษณ์ครั้งล่าสุดหลังเกมกับฮัลล์ซิตี้เลย 

 

"ตารางคะแนนมันคงจะขับเขี่ยวกันอย่างเข้มข้น ลิเวอร์พูลเล่นได้ดีมากในครึ่งหลังของฤดูกาล แต่เป็นเพราะพวกเขาสามารถโฟกัสกับพรีเมียร์ลีกได้อย่างเต็มที่ และถ้าคุณดูจำนวนนักเตะที่บาดเจ็บของเรา แน่นอนว่าเราเจออะไรที่หนักหนากว่าลิเวอร์พูล"

 

กี่นัดที่ลิเวอร์พูลลงเล่นโดยไม่มีซัวเรส? กี่นัดที่ลิเวอร์พูลเล่นโดยไม่มีคูตินโญ่ หรือสเตอร์ริดจ์ หรือแม้กระทั่งช่วงที่เจอร์ราดเจ็บ? ผมว่าข้ออ้างข้างต้นเป็นเรื่องไม่สมควรนำมาใช้เป็นเหตุผลของความล้มเหลวอย่างยิ่ง

 

มันคงจะเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ หากเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเป็นปีแรกหรืออย่างน้อยก็สองปีติดกัน แต่เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นแทบทุกปีและแทบจะกล่าวได้เต็มปากได้ว่าเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ทีมว่าวแชมป์ทุกปีหรือไม่ ถามว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

- นักเตะเจ็บเพราะว่าโชคไม่ดี อันนี้ผมว่ามีส่วน แต่คงไม่ใช้สาเหตุหลักๆเพราะการอ้างว่าโชคไม่ดีทุกปีทำให้เป็นแบบนี้มันน่าขันพอสมควร

- นักเตะเจ็บเพราะว่าทีมแพทย์ไม่เก่งพอ โค้ชฟิตเนสไม่เน้นการสร้างกล้ามเนื้อให้กับนักเตะ รวมถึงการโรเตชั่นนักเตะ คำถามต่อเนื่องคือทำไมความสามารถของทีมแพทย์จึงถูกตั้งคำถาม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการคาดการณ์เวลาในการรักษาอาการบาดเจ็บที่บอกมาแต่ต้องบวกเวลาพักเพิ่มอยู่ตลอด??

 

ใช่ครับ โค้ชทีมชุดใหญ่มีสิทธิในการเลือกแต่งตั้งหรือปลดทีมแพทย์หรือนักกายภาพในทีมหากเห็นว่าผลงานที่ผ่านมาไม่น่าพอใจ เป็นเรื่องเดิมๆที่ผิดพลาดอยู่ตลอด มีเงินแต่ไม่สรรหาบุคลากรชั้นนำเข้ามาสู่ทีม เวงเกอร์ทำอะไรสักอย่างกับเรื่องนี้หรือยัง หรือเรื่องการโทษว่าโค้ชฟิตเนสของทีมเราไม่เก่ง อันนี้ผมขอค้านนิดหน่อยแล้วกัน ผมว่าทีมฟิตเนสของแต่ละทีมแตกต่างออกไปจากเรื่องทีมแพทย์เนื่องจากโปรแกรมการฝึกซ้อมของนักเตะว่าจะเน้นเรื่องไหนขึ้นอยู่กับโค้ชว่าตัดสินใจจะให้การฝึกซ้อมในแต่ละวันเน้นเรื่องใดบ้าง และแน่นอนว่าอาร์เซนอลเน้นเรื่องการต่อบอลเป็นพิเศษ จนเรื่องการสร้างกล้ามเนื้อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับนักเตะสำหรับการลงเล่นในพรีเมียร์ลีกที่เจอคู่แข่งเข้าบอลหนักที่สุดกลายเป็นเรื่องรองลงมาทันที หรืออีกสาเหตุหนึ่งคือการโรเตชั่นนักเตะ หลายๆคนอาจจะบอกว่าแล้วตัวสำรองที่มีมันทดแทนตัวจริงได้ที่ไหน แล้วคำถามต่อมาคือ แล้วใครหละครับที่เป็นคนเลือก ซื้อ และขายนักเตะ คำตอบชัดมากครับ เวงเกอร์นั่นไง การที่ตัวสำรองไม่สามารถทดแทนตัวจริงได้ในระดับหนึ่งได้ทำให้ต้องเสี่ยงเข็นนักเตะตัวจริงลงสนามแบบต่อเนื่องและนำไปสู่อาการบาดเจ็บในที่สุด และอีกเหตุการณ์ที่เห็นได้ชัดคือตำแหน่งกองหน้าและกองกลางตัวรับของอาร์เซนอลที่หาตัวจริง นักเตะที่ไว้ใจไม่ได้เลย กองหน้าเพชรฆาตที่ไม่ต้องลีลาเยอะก็ได้ แต่โป้งเดียวจอด กองกลางตัวรับที่คอยเบรกเกมเวลาโดนสวนกลับซึ่งเป็นจุดอ่อนของทีมในช่วงหลังๆ และการขาด 2 ตำแหน่งสำคัญทำให้บางนัดอาร์เซนอลปืนฝืดและนำไปสู่ภาวะหลังรั่วอย่างที่เห็น แม้แต่นัดที่เอาชนะฮัลล์ซิตี้ในนัดล่าสุดก็จะเห็นได้ว่าทีมเราเปิดช่องไว้เยอะมากทีเดียว

 

ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมา เวงเกอร์ต้องเป็นคนรับผิดชอบครับ กี่ปีแล้วที่แฟนบอลอาร์เซนอลรวมทั้งผมใช้ชีวิตอยู่กับความหวัง และให้กำลังใจตัวเองเสมอว่า "เอาวะ ปีหน้าเอาใหม่" บอร์ดบริหาร เวงเกอร์ตระหนักถึงความกระหาย ความผิดหวัง สำหรับการไร้แชมป์เหมือนพวกเราหรือเปล่า ครับ การเปลี่ยนแปลงมันยากเสมอ ยิ่งเวงเกอร์เป็นจุดเริ่มต้นทำให้แฟนปืนหลายๆคนรวมทั้งผมรักอาร์เซนอล รักสไตล์การเล่นของอาร์เซนอล ชื่นชอบการปั้นเด็กสู่ทีมชุดใหญ่ มีปรัชญาการสร้างทีมของตัวเอง ผมก็ไม่รู้ว่าพรุ่งนีจะเป็นยังไง การเปลี่ยนแปลงอาจจะนำมาสู่สิ่งที่ดีกว่าเดิมหรือแย่กว่าเดิม แต่จะมีใครบ้างที่จะทนเห็นอาร์เซนอล ทีมยิ่งใหญ่ที่พวกเรารู้จักทำได้แค่ลุ้นแชมป์เปียนส์ลีกทุกๆปีในขณะที่สโมสรทำกำไรอย่างต่อเนื่อง นี่คือสิ่งที่เราต้องการหรือเปล่า à¸«à¸²à¸à¹€à¸§à¸‡à¹€à¸à¸­à¸£à¹Œà¸¢à¸±à¸‡à¸­à¸¢à¸¹à¹ˆà¸„ุมทีมปีหน้า แน่นอนครับว่าผมจะเป็นอีกหนึ่งคนที่เชียร์เวงเกอร์ และอาร์เซนอลสุดพลัง ตราบใดที่ไม่ได้ยินเสียงนกหวีดนาทีสุดท้ายจากกรรมการ แต่หากสิ่นสุดฤดูกาลนี้ เวงเกอร์เลือกที่จะจากไป หลังจากพาทีมคว้าแชมป์เอฟเอคัพและเข้าป้ายไปเล่นบอลถ้วยใหญ่ของยุโรปอีกที อาจจะเป็นจุดจบที่สวยงามที่จะลงหลังเสือ และอาจจะถึงเวลาที่จะบอกลาและกล่าวขอบคุณ

 

Wonder goal

 

A8iZLT9CQAA-v0H.jpg






  gclub     บาคาร่า     goldenslot  




#2
gunner blood

Posted 22 April 2014 - 11:25 PM

gunner blood

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 177 posts

FA Cup + Top 4 คือการลงอย่างสง่างามแล้วครับ ดีกว่าต่อสัญญาแล้วคุมทีมต่อไปฤดูกาลหน้าจนจบฤดูกาลแล้วไม่ได้อะไรเลยได้แค่ที่ 4 อีก



#3
antiw

Posted 22 April 2014 - 11:31 PM

antiw

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 326 posts

FA Cup + Top 4 คือการลงอย่างสง่างามแล้วครับ ดีกว่าต่อสัญญาแล้วคุมทีมต่อไปฤดูกาลหน้าจนจบฤดูกาลแล้วไม่ได้อะไรเลยได้แค่ที่ 4 อีก


รู้ได้ไงหว่าว่าฤดูกาลหน้าได้ที่4 :D

#4
BeeTheGunNer_( บี )

Posted 22 April 2014 - 11:31 PM

BeeTheGunNer_( บี )

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,183 posts
Ho No !!!

#5
Evol2uTionZ

Posted 22 April 2014 - 11:33 PM

Evol2uTionZ

    นักเตะหลงซอย

  • Members
  • PipPipPip
  • 3,055 posts
  • LocationSomewhere I Belong

:24607:



#6
elef

Posted 22 April 2014 - 11:48 PM

elef

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 5,637 posts
เยี่ยมครับน้องดล เขียนได้ตรงใจทุกข้อ จริงเรื่องเจ็บมันเป็นอุบัติเหตุ แต่เมื่อเกิดแล้วแก้ไขอย่างไร วัลคอตเจ็บ แต่ไม่ซื้อใครมาเสริมแต่เลือกเชื่อมั่นชิรูห์?

การจะบอกเลิกใครซักคนมันยากนะครับ ก่อนจะเลิกใครต้องถามตัวเองก่อนว่าแตกหักแล้วจริงหรือ? ซึ่งจุดเปราะบางแต่ละคนไม่เท่ากัน เช่น เราอาจทนนิสัยเขาได้ทุกอย่าง แต่ดันจับได้ว่าแอบคุยกับคนอื่น 3 ครั้ง ไอ้นิสัยที่เราทนมาเราก็อาจทนไม่ได้อีกต่อไป...(ไม่ได้พาดพิงตัวเองนะ เหอๆ)

สำหรับพี่กับเวนเกอร์มันยังไม่ถึงจุดนั้นครับ เพราะความทรงจำที่ดีและความเชื่อมั่นมันยังไม่หมดไป แต่หากปีนี้หลุด top4 อด fa ขายโพลดี้ ดันซาโนโก้ ไม่ซื้อตัวดีๆเพิ่ม จบด้วยการปล่อยกอสเซียนี่วันปิดตลาด

พี่คงต้องขอตัวไปเข้า "กลุ่มเพื่อนฟิซ" กันละครับทีนี้ 555

#7

Posted 22 April 2014 - 11:53 PM

[email protected]

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 2,331 posts
  • LocationRama II

อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด 

 

:15104_key:



#8
คุซึมิ ไทงะ

Posted 23 April 2014 - 12:07 AM

คุซึมิ ไทงะ

    Advanced Member

  • Banned
  • PipPipPip
  • 39 posts

   à¹€à¸‚ียนได้ดีครับ 

 

FA Cup + Top 4 คือการลงอย่างสง่างามแล้วครับ ดีกว่าต่อสัญญาแล้วคุมทีมต่อไปฤดูกาลหน้าจนจบฤดูกาลแล้วไม่ได้อะไรเลยได้แค่ที่ 4 อีก

 à¸œà¸¡à¸§à¹ˆà¸² จะไม่ใช่ละมัง การได้แชมป์ แรก ใน รอบ 8 ปี แห่ง การ ข้อจำกัด การใช้จ่ายเงิน แต่ได้ไปชปล ทุกปี และปี นี้ถือว่า ได้พัฒนา ไปอีก ก้าว  à¹à¸¥à¸°à¹„ด้ฝากรอยเท้าแบบได้ลุ้นแชมป์ ลีก ถึง 8-9 เดือน ถือว่่าไม่ธรรมดามากปีนี้ ที่มเราหลุดเพราะนักเตะหลักเจ็บ หลายตัว นี้คือสาเหตุ ของการไม่ได้แชมป์ลีกปีนี้ ต้องเข้าใจ นะครับว่าทีมเรา ก้าว ข้นมาอีกระดับแล้ว

 

 à¸œà¸¡à¸§à¹ˆà¸² บอร์ด แฮบปี้ นะ  à¹„ม่แน่ สัญญาใหม่ ของ บอส อาจไม่แค่ 2 ปี น่าจะ 4 ปี เป็นอย่างต่ำผมว่า 



#9
Marvis

Posted 23 April 2014 - 12:31 AM

Marvis

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 873 posts

ผมว่าทีมพัฒนาขึ้นทุกปีนะ ทำไมไม่พูดเรื่องปีนี้ไม่ขายตัวหลักกินแล้วบ้างหว่า -.-!



#10
superlufee

Posted 23 April 2014 - 01:05 AM

superlufee

    Advanced Member

  • Moderators
  • 1,440 posts

จบฤดูกาลนี้ก่อนผมว่านะ ถึงตัดสินได้ว่าเราถอยหลังรึเปล่าน่ะ

แถมไม่เถียงเรื่องแชมป์นะ เราร้างมานานจริง แต่ใรแง่ของอันดับก็ถือวามาตราฐานดีกว่าอดีตเยอะ

อีกอย่างในส่วนของสโมร อันนี้เราพัฒนาขึ้นมาตลอด จนตอนนี้หนี้เหลือน้อยมาก แล้วรายได้กำลังเข้ามา

ทุกสิ่งสโมสรก็มีหมดล่ะ ยืนได้โดยที่ไม่ต้องมากลัวว่าวันนึงจะโดนเศรษฐีทิ้งให้ทีมแตก หรือเป็นหนี้จนล้มละลายรึเปล่า

ส่วนในแง่ของอาการบาดเจ็บ ผมว่าแกไม่ได้นิ่งดูดายนะ จากที่สร้างศูนย์แพทย์ขึ้น

แต่แค่ว่าแกคงต้องลงลึกไปมากกว่านี้อีก ซึ่งแกก็ต้องรับผิดชอบ

ส่วนตัวผมมองว่าเวนเกอรืแกเพิ่งได้ทำงานของแกแบบไร้ข้อจำกัดก้น่าจะฤดูกาลนี้เองนะ เหมือนทีมเพิ่งเริ่มตั้งหลัก ไม่ต้องเสียตัวหลักแล้ว

เอาเป็นว่า ถ้าแกไม่ได้แชมป์เอฟเอคัพ แกก็ควรลาออกอ่ะ

แต่ถ้าแกได้แชมป์ แกก็ควรจะได้ใช้โอกาสที่แกอดทนมาตลอด ได้ทำงานโดยที่ไม่ต้องหาเงิน ใช้เงินกะเขาบ้าง เพราะมันมีเงินจริงๆซะที

 

800px-Arsenal_F.C._league_positions%2C_1



#11
litmanen

Posted 23 April 2014 - 02:21 AM

litmanen

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 236 posts

ส่วนตัวแล้ว ผมเชื่อว่าบอสทำในสิ่งที่ไม่มีโค้ชคนไหนทำได้ และพาอาเซน่อลไปข้างหน้า มีหลายๆ ความสำเร็จที่คนมักจะมองข้ามไป

 

ผมโชคดีได้เห็นบอสคุมทีมตั้งแต่ฤดูกาลแรก ได้ติดตามทุกๆ การตัดสินใจของบอส

 

การเปลี่ยนแปลงเหมือนการโยนเหรียญ ยุคสมัยใหม่ที่มีการเปลี่ยนโค้ชตลอดเวลา หลายๆทีมไม่มีเวลาพอ สำหรับการสร้าง ความสำเร็จ 

 

 

ถ้านี่คือบริษัท บอสคือชายแก่ๆ ที่พาบริษัทผ่านจากวิกฤตเศรษกิจ อยู่คู่บริษัทมากว่า 16 ปี คนที่กำลังโดนไล่ออก เมื่อบริษัทพ้นวิกฤต

 

เพราะไม่สามารถพาบริษัทเป็นที่ 1 ได้ ซึ่งสำหรับบริษัทคงเป็นเรื่องธรรมดา แต่สำหรับคนแก่ๆ อย่างผม อยากจะคิดว่าสโมสรเป็นมากกว่านั้น

 

ผมอยากเห็นคนแก่คนนี้ได้บริหารหลังหมดวิกฤต อยากเห็นขีดความสามารถที่เขาเคยทำได้ หนึ่งในฟุตบอลที่สวยงามที่สุดที่ทำให้ผมรักอาเซน่อล



#12
born to be gunner

Posted 23 April 2014 - 06:16 AM

born to be gunner

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 2,827 posts

แล้วแต่  เราแค่ขาเชียร์ ใครมาก็เชียร์



#13
21newPK

Posted 23 April 2014 - 06:17 AM

21newPK

    the real supporter

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,265 posts
  • LocationSeoul, South Korea
อยากเห็นฟุตบอลสมัยใหม่แล้วครับ ต้องยอมรับว่าอาเซน่อลในปัจจุบันไม่ใช่ทีมที่เล่นบอลสวยงามเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว ปีนี้ขอที่4 กับแชมป์เอฟเอ แล้วขอให้บอสขึ้นไปเป็นผู้บริหารแทนละกันครับ เพราะยังเชื่อว่าแกนั้นก็คือสัญลักษณ์ของทีมปืนใหญ่เช่นกัน

#14
bear29

Posted 23 April 2014 - 07:14 AM

bear29

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 512 posts
เขียนได้ดีมากครับ

#15
MaArSeNaL

Posted 23 April 2014 - 07:21 AM

MaArSeNaL

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 4,624 posts
เอาว่ะปีหน้าเอาใหม่ ไม่บอกในเว็บก็บอกกับตัวเอง เขียนได้ดีครับชอบมาก 3 ปีหลังห่วยจริงๆ

#16
BeeTheGunNer_( บี )

Posted 23 April 2014 - 07:26 AM

BeeTheGunNer_( บี )

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,183 posts

จบฤดูกาลนี้ก่อนผมว่านะ ถึงตัดสินได้ว่าเราถอยหลังรึเปล่าน่ะ

แถมไม่เถียงเรื่องแชมป์นะ เราร้างมานานจริง แต่ใรแง่ของอันดับก็ถือวามาตราฐานดีกว่าอดีตเยอะ

อีกอย่างในส่วนของสโมร อันนี้เราพัฒนาขึ้นมาตลอด จนตอนนี้หนี้เหลือน้อยมาก แล้วรายได้กำลังเข้ามา

ทุกสิ่งสโมสรก็มีหมดล่ะ ยืนได้โดยที่ไม่ต้องมากลัวว่าวันนึงจะโดนเศรษฐีทิ้งให้ทีมแตก หรือเป็นหนี้จนล้มละลายรึเปล่า

ส่วนในแง่ของอาการบาดเจ็บ ผมว่าแกไม่ได้นิ่งดูดายนะ จากที่สร้างศูนย์แพทย์ขึ้น

แต่แค่ว่าแกคงต้องลงลึกไปมากกว่านี้อีก ซึ่งแกก็ต้องรับผิดชอบ

ส่วนตัวผมมองว่าเวนเกอรืแกเพิ่งได้ทำงานของแกแบบไร้ข้อจำกัดก้น่าจะฤดูกาลนี้เองนะ เหมือนทีมเพิ่งเริ่มตั้งหลัก ไม่ต้องเสียตัวหลักแล้ว

เอาเป็นว่า ถ้าแกไม่ได้แชมป์เอฟเอคัพ แกก็ควรลาออกอ่ะ

แต่ถ้าแกได้แชมป์ แกก็ควรจะได้ใช้โอกาสที่แกอดทนมาตลอด ได้ทำงานโดยที่ไม่ต้องหาเงิน ใช้เงินกะเขาบ้าง เพราะมันมีเงินจริงๆซะที

 

800px-Arsenal_F.C._league_positions%2C_1

:15104_key:



#17
Nukwikror

Posted 23 April 2014 - 07:38 AM

Nukwikror

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 296 posts
ถ้าปีนี้ได้แชมป์อีก8ปีเราก้ได้อีกครับบบ

#18
Athiti

Posted 23 April 2014 - 07:41 AM

Athiti

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,266 posts

บางคนบอกว่า ไม่มีตัง เลยห่วย อย่าโทษเวงเกอร์

 

แต่ผมเชื่อมาเสมอว่า เวงเกอร์ เปลี่ยนไปแล้วครับ

 

ต่อให้ทุ่ม 42.5 ล้านปอนด์ อีก 5 ตัว

 

แทคติกห่วย แก้เกมห่วย แบบนี้ เงินก็ช่่วยไม่ได้ครับ



#19
augusttt

Posted 23 April 2014 - 08:30 AM

augusttt

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 4,915 posts
  • LocationPrachupkirikhun

:13994_key:  :13994_key:  :13994_key:



#20
airsomjit

Posted 23 April 2014 - 08:36 AM

airsomjit

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 738 posts

ผมกลัวบอสวางมือที่สุด ใครหละจะมาแทนบอสในเวลานี้ มอยเหรอ.....ครับ เห็นแมนยูกันไหมครับ






0 user(s) are reading this topic

0 members, 0 guests, 0 anonymous users