
- ลูคัส โพโดลสกี้ เกิดที่โปแลนด์ในวันที่ 4 มิถุนายคน 1985 แต่ได้ย้ายมาอยู่เยอรมันกับครอบครัวตั้งแต่อายุเพียง 2 ขวบ ที่เมืองโคโลญจน์
- โพลดี้ เริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่ 6 ขวบในทีมเยาวชนของเอฟซี เบิร์กไฮม์ ก่อนจะย้ายมาร่วมโคโลญจน์ เมื่อปี 1995 ในฐานะนักเตะฝึกหัด ซึ่งพรสวรรค์ของเขาได้ฉายแววออกมาอย่างโดดเด่น จนทำให้เหล่าสตาฟฟ์โค้ชของทีม "แพะบ้า" ตัดสินใจเรียกขึ้นมาติดทีมชุดใหญ่เมื่อปี 2003
- ฤดูกาลแรกกับ โคโญจน์ นั้น โพโดลสกี้ ทำได้ถึง 10 ประตูจากการลงสนาม 19 นัดแรกในทีมชุดใหญ่ และแม้ว่าจะไม่สามารถช่วยให้ต้นสังกัดรอดพ้นจากการตกชั้นได้ แต่ก็ทำให้เขากลายเป็นนักเตะวัย 18 ปี ที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของบุนเดสลีกา
- จากฟอร์มการเล่นอันร้อนแรงดังกล่าวทำให้ โพโดลสกี้ ถูกเรียกติดทีมชาติเยอรมันในศึกยูโร 2004 และได้รับความสนใจจากหลายสโมสรชื่อดังจำนวนมาก แต่เขาก็ยังปักหลักอยู่ช่วยทีม "แพะบ้า" ต่อไป ก่อนจะช่วยให้ทีมเลื่อนชั้นกลับมาเล่นในลีกสูงสุดของเมืองเบียร์ได้อีกครั้ง พร้อมกับคว้าตำแหน่งดาวซัลโว ลีก้า 2 ไปด้วยจำนวน 24 ประตู
- โพดอลสกี้ ติดทีม "อินทรีเหล็ก" ครั้งแรกหลังจากที่ฉลองวันเกิดครบ 19 ปีได้เพียง 2 วัน โดยเขาถูกเปลี่ยนลงมาเป็นตัวสำรองในเกมที่พบกับ โปรตุเกส ในขณะที่ ประตูแรกกับทีมชาติเยอรมันของเขา เกิดขึ้นในเกมนัดกระชับมิตรที่บุกมาถล่มทีมชาติไทย 5-1ในวันที่ 21 ธ.ค. 2004 โดยเขาเหมาคนเดียว 2 ประตู

- อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ โคโลญจน์ ตกชั้นอีกครั้งในฤดูกาล 2006 หัวหอกเลือดโปล์ ก็ได้ตัดสินใจอำลาทีม และย้ายไปอยู่กับ บาเยิร์น มิวนิค ยักษ์ใหญ่จากแคว้นบาวาเรีย ด้วยค่าตัวราว 10 ล้านยูโร (ประมาณ 500 ล้านบาท) โดยเขาลงสนามในบุนเดสลีก้าเกมแรกให้กับ "เสือใต้" เมื่อวันที่ 11 ส.ค. 2006 ในเกมที่ชนะ ดอร์ทมุนด์ 2-0 ก่อนจะยิงประตูแรกได้ในลีก เมื่อวันที่ 14 ต.ค. ในปีเดียวกัน และช่วยให้ทีมชนะแฮร์ธ่า เบอร์ลิน 4-2
- การแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวในนามทีมชาติของ โพโดลสกี้ เกิดขึ้นในศึกเวิลด์ คัพ 2006 เมื่อเขาทำจบทัวร์นาเมนต์ด้วยการทำ 3 ประตู และคว้าตำแหน่งรองดาวซัลโวร่วมของทัวร์นาเมนต์ต่อจาก โคลเซ่ เพื่อนร่วมทีม ที่กดไป 5 ประตู และผลงานที่น่าประทับใจดังกล่าวก็ทำให้ โพลดี้ ได้รับการโหวตให้เป็นนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยม

- สถานการณ์ในถิ่นอลิอันซ์ อารีน่า ของ โพลดี้ ยังไม่ดีขึ้นในฤดูกาล 2007-08 เนื่องจาก บาเยิร์น ได้สองกองหน้าใหม่มาร่วมทีม นั่นคือ โคลเซ่ และ ลูก้า โทนี่ หัวหอกแชมป์โลกที่ย้ายมาจากฟิออเรนติน่า และทั้งสองคนก็ประสานงานกันได้เป็นอย่างดีโดยมี ฟรองค์ ริเบรี่ เพลย์เมกเกอร์ชาวฝรั่งเศส เป็นตัวปั้นเกม และนั่นก็ทำให้ โพดอลสกี้ ต้องหลุดไปเป็นตัวสำรองโดยปริยาย
- แม้จะไม่ค่อยได้ลงเล่นเป็นตัวจริงมากนักในซีซั่นที่ผ่านมา และทำได้แค่ 5 ประตูจากการลงสนาม 24 นัดในลีก แต่ โพลดี้ ก็ยังเป็น 1 ใน 23 นักเตะที่ โยอาคิม เลิฟ กุนซือทีมชาติเยอรมัน เลือกไปสู้ศึกยูโร 2008 อยู่ดี

- รอบสุดท้ายของศึกยูโร 2008 ไม่มีใครคิดว่า “โพลดี้” ซึ่งเข้าๆ ออกๆ จาก 11 คนแรกใน บาเยิร์น มิวนิค จะกลายเป็นคีย์แมนที่อินทรีเหล็กขาดไม่ได้ ทว่าเขาอาจเกิดมาเพื่อรายการใหญ่โดยเฉพาะ ซึ่งในฟุตบอลโลก 2006 ก็ฉายแววเด่นจนซิวรางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยม มาครั้งนี้ก็จัดการกดไป 3 เม็ดในรอบแรก ก่อนถวายพานให้ บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ เบิกร่องในเกมบี้ โปรตุเกส แบบเร้าใจ 3-2 ลิ่วรอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ ความเร็ว, ความทุ่มเท, การหาจังหวะทำประตู และการสับไกอันคมกริบของเขาถือเป็นทีเด็ดที่ เยอรมนี จำเป็นต้องพึ่งพาในการเบิกทางสู่ตำแหน่งแชมป์
- ในฤดูกาล2008/09 โพโดลสกี้ ได้ลงสนามให้กับทีมเสือใต้ทั้งหมดทุกรายการ 31 นัดเท่านั้น ซึ่งดีกรีนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมอย่างเขาไม่สามารถทนต่อสภาพตัวสำรองที่เป็นอยู่ได้ จนในที่สุดเขาก็ได้ย้ายกลับไปยังทีม "แพะบ้า" โคโลญจน์ ทีมที่สร้างชื่อเสียงให้กับเขาเป็นทีมแรกอีกครั้ง โดยแฟนบอลของทีมแพะบ้าช่วยกันออกเงินเพื่อดึงฮีโร่ของพวกเขากลับบ้าน
- ฤดูกาล 2011/12 กลับมาโชว์ฟอร์มระเบิดประตูได้อย่างร้อนแรงอีกครั้ง ด้วยการซัดในบุนเดสลีกาให้กับโคโลญจน์ไปถึง 18 ประตู อย่างไรก็ตามโพลดี้มีภารกิจสุดท้ายด้วยการพาแพะบ้าหนีตกชั้นให้ได้ ตอนนี้โคโลญจน์รั้งอยู่ในอันดับ 3 จากท้ายตาราง
- หลังจากจบฤดูกาลนี้ กองหน้าวัย 26 ปีจะก้าวเท้าออกจากแผ่นดินอินทรีเหล็กข้ามน้ำข้ามทะเลมาค้าแข้งยังเกาะอังกฤษมาค้าแข้งกับสโมสรอาร์เซน่อล ด้วยค่าตัว 11 ล้านปอนด์ พร้อมรับค่าเหนื่อย 100,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ในระยะเวลา 4 ปี ก่อนหน้านี้มีนักเตะเยอรมันที่ประสบความสำเร็จในการเล่นที่พรีเมียร์ลีกหลายคนทั้ง เจอร์เก้น คลิ้นมันส์, ดิมาร์ ฮาร์ทมันน์, มิชาเอล บัลลัค
ต่อรอพิสูจน์ว่านักเตะอย่าง "โพลดี้" ซึ่งถูกสบประมาทว่าเค้าไม่สามารถเล่นให้กับทีมใหญ่ได้ จากความล้มเหลวที่เอฟซี ฮอลลีวู๊ด ครั้งนี้เค้าโตขึ้นและจะได้พิสูจน์ตัวเองอีกครั้งในสีเสื้่อของเดอะกันเนอร์ ทีมใหญ่ที่ห่างหายแชมป์มานานร่วม 7 ปีแล้ว

Help








































